แผนยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐอเมริกาที่เพิ่งประกาศล่าสุดไปเมื่อเดือน ธ.ค.2017 รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ตั้งเป้าที่จะทำให้สหรัฐฯ กลายเป็นชาติที่มีฐานะครอบงำทางด้านพลังงานโดยตระหนักถึงความสำคัญในการจัดการดูแลสิ่งแวดล้อม

รัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศแผนยุทธศาสตร์ความมั่นคง ส่งท้ายท้ายปี 2017 ด้วยการประกาศแนวทางความมั่นคงที่ต่างออกไปจากรัฐบาลก่อนหน้านี้อยู่หลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดท่าทีทางการเมืองที่คล้ายคลึงกับยุคสงครามเย็น โดยการประกาศให้รัสเซียและจีนเป็นภัยคุกคาม ขณะเดียวกันก็ยังคงหนุนเสริมระบอบประชาธิปไตยทั่วโลก

สำหรับยุทธศาสตร์การครอบงำทางด้านพลังงานที่สหรัฐต้องการเป็นผู้นำ ทั้งในด้านการริเริ่มนวัตกรรม การผลิต และการบริโภค โดยมีภารกิจขั้นแรกอยู่ 5 ด้าน ได้แก่

1.การลดกำแพงภาษี ซึ่งจะสนับสนุนการพัฒนาพลังงานสะอาดและปลอดภัย โดยมุ่งลดข้อจำกัดของกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการผลิตพลังงานและการกีดกันทางการค้า สนับสนุนให้มีการปรับปรุงกฎข้อบังคับของรัฐบาลกลาง ปรับปรุงกระบวนการอนุมัติสำหรับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน
2.ผลักดันการส่งออกด้านพลังงาน เทคโนโลยี และบริการ ซึ่งจะช่วยให้คู่ค้าของสหรัฐ ยกระดับคุณภาพของการผลิตและส่งผลต่อการนำผลกำไรกลับสู่ประเทศสหรัฐได้
3.การรักษาความปลอดภัยทางพลังงาน จะมีการสนับสนุนการป้องกันภัยคุกคามในกลุ่มประเทศพันธมิตรและคู่ค้าทางพลังงาน ไม่ว่าจะเป็นภัยคุกคามในโลกไซเบอร์และโลกจริงทางกายภาพ
4.แสวงหาพลังงานในระดับสากล สหรัฐมีความพยายามเข้าถึงแหล่งพลังงานที่มีประสิทธิภาพสูงจากทั่วโลก เพื่อลดต้นทุนด้านพลังงานต่างๆ เช่น เชื้อเพลิงฟอสซิล พลังงานนิวเคลียร์และพลังงานหมุนเวียน อันจะช่วยลดความยากจนส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจและส่งเสริมความมั่งคั่ง
5.เพิ่มศักยภาพด้านเทคโนโลยี สหรัฐจะปรับปรุงเทคโนโลยีด้านพลังงาน รวมถึงเทคโนโลยีนิวเคลียร์ เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ และแสวงหาโอกาสในการใช้พลังงานน้ำ ขณะเดียวกันสหรัฐก็ยังคงตั้งเป้าเป็นผู้นำในด้านเทคโนโลยีพลังงานที่มีประสิทธิภาพ โดยคำนึงถึงประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมต่อผู้ใช้ปลายทาง