“ทรัมป์” ชี้ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ จะทำให้โสมแดงรู้รสชาติ “หายนะ” แต่ยังไม่ใช่ทางเลือกเบอร์หนึ่ง

“ทรัมป์” ชี้ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ จะทำให้โสมแดงรู้รสชาติ “หายนะ” แต่ยังไม่ใช่ทางเลือกเบอร์หนึ่ง

“ทรัมป์” ชี้ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ จะทำให้โสมแดงรู้รสชาติ “หายนะ” แต่ยังไม่ใช่ทางเลือกเบอร์หนึ่ง รอยเตอร์ – ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กล่าวเตือนเมื่อวานนี้ (26 ก.ย.) ว่าหากอเมริกาตัดสินใจใช้ปฏิบัติการทางทหารเมื่อใดก็จะเป็น “หายนะ” สำหรับเปียงยาง แต่การใช้กำลังไม่ใช่ทางเลือกอันดับหนึ่งที่สหรัฐฯ อยากจะทำในเวลานี้

“เราพร้อมเสมอสำหรับทางเลือกที่สอง ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการ” ทรัมป์ แถลงต่อสื่อมวลชนที่ทำเนียบขาว “และถ้าเราตัดสินใจเลือกทางนั้นเมื่อไหร่ มันจะเป็นหายนะสำหรับเกาหลีเหนือ ผมบอกได้เลย และนั่นก็คือปฏิบัติการทางทหาร ถ้าเราจะเป็นต้องทำ เราก็จะทำ”

คำขู่ที่เกรี้ยวกราดระหว่าง ทรัมป์ และผู้นำ คิม จอง อึน แห่งเกาหลีเหนือในช่วงไม่กี่สัปดาห์มานี้ทำให้หลายฝ่ายเกรงว่า ความเข้าใจผิดเพียงนิดเดียวอาจนำไปสู่การเผชิญหน้าที่ก่อผลเสียร้ายแรงอย่างคาดไม่ถึง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเปียงยางประสบความสำเร็จในการทดลองระเบิดนิวเคลียร์ครั้งที่ 6 ซึ่งมีอานุภาพรุนแรงเป็นประวัติการณ์เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 

แม้สถานการณ์จะร้อนรุ่ม แต่ผู้บัญชาการทหารสหรัฐฯ คนหนึ่งยืนยันวานนี้ (26) ว่ายังไม่พบว่ากองทัพโสมแดงมีการเคลื่อนไหวใดๆ ที่อาจเพิ่มภัยคุกคาม 

อย่างไรก็ดี การประเมินท่าทีของเกาหลีเหนือโดย พล.ร.อ. โจเซฟ ดันฟอร์ด ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมสหรัฐฯ แตกต่างโดยสิ้นเชิงกับ ส.ส. เกาหลีใต้คนหนึ่งซึ่งออกมาระบุว่า เปียงยางเริ่มเสริมกำลังป้องกันชายฝั่งตะวันออก

“แม้สถานการณ์การเมืองจะเปลี่ยนแปลงไปมากในเวลานี้ แต่เรายังไม่เห็นว่ากองกำลังเกาหลีเหนือมีการปรับท่าที ซึ่งเราก็เฝ้าติดตามพวกเขาอย่างใกล้ชิด” ดันฟอร์ด กล่าวต่อคณะกรรมาธิการกิจการกองทัพแห่งวุฒิสภา เนื่องในโอกาสที่ได้รับแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อ

ในแง่ของการเป็นปัญหาเร่งด่วน ดันฟอร์ด ยอมรับว่า “เกาหลีเหนือถือเป็นภัยคุกคามที่ร้ายแรงที่สุดในวันนี้”

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ผู้ไม่ประสงค์ออกนามระบุว่า ภาพถ่ายดาวเทียมล่าสุดสามารถตรวจจับเครื่องบินทหารเกาหลีเหนือฝูงเล็กๆ มุ่งหน้าไปยังชายฝั่งตะวันออก แต่นั่นไม่ได้ทำให้วอชิงตันต้องประเมินโสมแดงใหม่

ข่าว3-kushevanews

ฝูงบินขับไล่ F-15 ของกองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่น ปฏิบัติภารกิจร่วมกับเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ B-1B แลนเซอร์ ของสหรัฐฯ เหนือทะเลจีนตะวันออก ภาพเผยแพร่เมื่อวันที่ 9 ก.ย. ที่ผ่านมา


สหรัฐฯ ส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ บี-1บี แลนเซอร์ พร้อมฝูงบินขับไล่ ไปบินโฉบเลียบชายฝั่งตะวันออกของเกาหลีเหนือเมื่อวันเสาร์ (23) ทำให้ รี ยองโฮ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศโสมแดง ออกมากล่าวในวันจันทร์ (25) ว่า ทรัมป์ ได้ประกาศสงครามกับเปียงยางแล้ว และหลังจากนี้เกาหลีเหนือขอสงวนสิทธิ์ในการตอบโต้ ซึ่งอาจรวมถึงการสอยเครื่องบินทหารของอเมริกาให้ร่วง ต่อให้อยู่นอกน่านฟ้าเกาหลีเหนือก็ตาม

พล.ร.อ. ดันฟอร์ด เชื่อว่าเปียงยางจะครอบครองขีปนาวุธข้ามทวีปติดหัวรบนิวเคลียร์ “เร็วๆ นี้” 

“กองกำลังของเราพร้อมรับมือในกรณีที่เกิดการยั่วยุหรือการเผชิญหน้าขึ้น” และสหรัฐฯ มี “มาตรการที่เหมาะสมในการปกป้องชาติพันธมิตร รวมถึงเกาหลีใต้และญี่ปุ่น” ดันฟอร์ด ระบุ

“มันจะเป็นการยั่วยุอย่างร้ายกาจ หากพวกเขาทดสอบระเบิดนิวเคลียร์เหนือมหาสมุทรแปซิฟิกตามที่ได้ขู่ไว้ ผมเชื่อว่าชาวเกาหลีเหนือก็ทราบว่ามันรุนแรงแค่ไหน ไม่ใช่สำหรับสหรัฐฯ เท่านั้น แต่ในสายตาของประชาคมโลกด้วย”

ลี ชอล วู ประธานคณะกรรมการสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติเกาหลีใต้ (เอ็นไอเอส) เปิดเผยว่า โสมแดงเริ่มเคลื่อนย้ายเครื่องบินทหารไปยังชายฝั่งตะวันออก และใช้มาตรการป้องกันอื่นๆ หลังถูกอเมริกาท้าทายเมื่อวันเสาร์ (23) ซึ่งตนคาดว่าสหรัฐฯ คงจะปกปิดข้อมูลการเดินทางของเครื่องบินทิ้งระเบิด เพราะดูเหมือนว่าเกาหลีเหนือจะไม่รู้เนื้อรู้ตัวเลย