ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ทวีตข้อความชื่นชมและยินดีต่อปฏิบัติการโจมตีทางอากาศถล่มซีเรียเพื่อตอบโต้การใช้อาวุธเคมีกับพลเรือน พร้อมขอบคุณฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักรที่เข้าร่วมใน “ปฏิบัติการโจมตีแบบไร้ที่ติ” ครั้งนี้

ทางการสหรัฐฯ ระบุว่า ภารกิจครั้งนี้ประสบความสำเร็จในการโจมตีเป้าหมายสำคัญ 3 จุด คือ ศูนย์วิจัยอาวุธเคมีในกรุงดามัสกัส และคลังเก็บอาวุธเคมีใกล้เมืองฮอมส์ ด้านรัสเซีย ระบุว่า ขีปนาวุธของชาติตะวันตกยังมุ่งโจมตีไปที่เป้าหมายอื่นด้วย แต่ส่วนใหญ่ถูกสกัดไว้ด้วยระบบต่อต้านอากาศยานของซีเรีย

เขากล่าวระหว่างพูดคุยโทรศัพท์กับประธานาธิบดีฮัสซาน รูฮานีของอิหร่าน ซึ่งถูกนำมาเผยแพร่ในทวิตเตอร์ของประธานาธิบดีแห่งซีเรียว่า “ความมุ่งร้ายนี้ได้ยกระดับความมุ่งมั่นให้กับซีเรียและประชาชนให้เดินหน้าต่อสู้และบดขยี้พวกก่อการร้ายในทุกตารางนิ้วของประเทศ” โดยที่อัสซาดกล่าวโทษว่าประเทศตะวันตกสนับสนุนการก่อการร้ายในซีเรีย

ในทวิตเตอร์นี้ยังระบุอีกว่าระหว่างที่สนทนากันทางโทรศัพท์ ประธานาธิบดีรูฮานีให้คำมั่นว่าอิหร่านจะให้การสนับสนุนแก่ซีเรียทางด้านต่าง ๆ ต่อไป ซึ่งนานาประเทศก็มีความเชื่อมานานแล้วว่าอิหร่านนั้นสนับสนุนด้านกองกำลังและเงินทุนแก่รัฐบาลของอัสซาดเพื่อปราบปรามฝ่ายกบฎที่หนุนหลังโดยประเทศตะวันตก

ขณะเดียวกัน ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน อะยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมนีออกมาประนามว่าการโจมตีซีเรียเป็นอาชญากรรม ประธานาธิบดีสหรัฐฯกับฝรั่งเศส และนายกรัฐมนตรีแห่งอังกฤษเป็นอาชญากร และยังกล่าวอีกว่าประเทศตะวันตกจะไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยจากการโจมตีครั้งนี้

นักวิเคราะห์เองก็บอกว่าการโจมตีก็เป็นการส่งสัญญาณถึงอิหร่านด้วยเช่นกันว่าความเป็นพันธมิตรระหว่างรัสเซีย อิหร่าน และซีเรีย อาจลากอิหร่านเข้าสู่สถานการณ์ที่อันตรายมากขึ้น และในประเทศเอง ประชาชนก็แสดงความไม่พอใจที่รัฐบาลอิหร่านเข้าไปให้ความช่วยเหลือรัฐบาลซีเรียในหลาย ๆ ด้าน