แม้ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาจะไม่เชื่อว่าโลกร้อนเกิดขึ้นจากฝีมือของมนุษย์ ดังที่สะท้อนจากนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของเขา เช่น การประกาศขู่ถอนตัวจากข้อตกลงปารีส (Paris Agreement) เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว รวมถึงความพยายามผลักดันอุตสาหกรรมถ่านหินและพลังงานฟอสซิลให้กลับมาเฟื่องฟู

แม้ภายหลังดูเหมือนว่าสหรัฐจะมีท่าทีที่อ่อนลง อาจเนื่องมาจากเหตุการณ์ที่สหรัฐต้องเผชิญกับภัยพิบัติทางธรรมชาติตลอดช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งสร้างความเสียหายกว่านับแสนล้านดอลลาร์ ทำให้ทรัมป์ที่ไม่เคยเชื่อเรื่องโลกร้อนมีท่าทีเปลี่ยนไปอย่างที่ให้สัมภาษณ์กับ the New York Times ในช่วงเดือนกันยายนปีที่ผ่านมา และยอมรับว่ากิจกรรมของมนุษย์มีความเกี่ยวโยงกับการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ

รายงานขององค์การบริหารสมุทรศาสตร์และบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (National Oceanic and Atmospheric Administration: NOAA) และศูนย์ข้อมูลสิ่งแวดล้อมแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (National Centers for Environmental Information: NCEI) เปิดเผยตัวเลขความเสียหายจาก 16 ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นตลอดปี 2017 ได้แก่ ภัยแล้ง 1 เหตุการณ์ น้ำท่วม 2 เหตุการณ์ อากาศเย็นจัด 1 เหตุการณ์ พายุ 8 เหตุการณ์ พายุหมุนเขตร้อน 3 เหตุการณ์ และไฟป่าครั้งใหญ่ 1 เหตุการณ์

มูลค่าความเสียหายทุกเหตุการณ์สูงถึง 3.6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ประกอบด้วย ค่าประกันภัยต่างๆ มูลค่าความเสียหายของอาคาร บ้านเรือน และระบบโครงสร้างพื้นฐานของแต่ละรัฐ รวมถึงความเสียหายทางเศรษฐกิจและผลผลิตทางการเกษตร จำนวนผู้เสียชีวิต 362 คน ไม่รวมตัวเลขผู้บาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก

ต้องทำความเข้าใจให้ชัดว่า ภัยพิบัติต่างๆ ที่เกิดขึ้นไม่อาจกล่าวได้ว่าเป็นเพราะปรากฏการณ์โลกร้อนเสียทั้งหมด mobizest.com ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากให้ความเห็นคล้ายกันว่า ยังมีอีกหลายปัจจัยที่เร่งให้ภัยพิบัติต่างๆ รุนแรงขึ้นเป็นทวีคูณ เช่น วัฒนธรรมเมือง (urbanization) ที่แผ่ขยายทับพื้นที่ป่าและชนบทอย่างต่อเนื่อง