ปัจจุบัน การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาคลาตินอเมริกาและแคริบเบียนเริ่มชะลอตัวลง ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงของการติดกับดักรายได้ปานกลาง (Middle Income Trap) โดยคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจลาตินอเมริกาและแคริบเบียน (Economic Commission for Latin America – ECLAC) ได้ประมาณการอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาคลาตินอเมริกาในปี 2560 ไว้เพียงแค่ 1.3% ประกอบกับการที่ภูมิภาคมีปริมาณการผลิตและมูลค่าการส่งออกที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นสัญญาณที่แสดงถึงแนวโน้มของการชะลอตัวทางเศรษฐกิจของภูมิภาคที่ไม่น่าไว้วางใจ

ที่ประชุมประจำปี 2560 ของ ECLACที่กรุงเม็กซิโกได้กำหนดว่าประเด็นความท้าทายและแนวทางการแก้ไขปัญหาเพื่อนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals – SDG) เป็นประเด็นสำคัญที่ประเทศสมาชิกต้องให้ความสำคัญ โดยนาง Alicia Barcena เลขาธิการ ECLAC ได้กล่าวว่า ประเด็นปัญหาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การชะลอตัวทางเศรษฐกิจของภูมิภาค

ปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำทางสังคม ความเสี่ยงที่เป็นผลกระทบมาจากปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ล้วนแต่เป็นความท้าทายต่อการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนทั้งสิ้น ซึ่งหลังการประชุมดังกล่าว ประเทศในภูมิภาคลาตินอเมริกาและแคริบเบียน ต่างเห็นพ้องว่า ประเทศในภูมิภาคจะต้องทำงานร่วมกันเพื่อก้าวข้ามอุปสรรคเหล่านี้

โดยจะมุ่งเน้นสร้างพันธมิตรใหม่ ผลักดันการลงทุนในนวัตกรรม ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน ทั้งในระดับชาติ ระดับภูมิภาค และระดับโลก เพื่อส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างของเศรษฐกิจ ซึ่งการสร้างพันธมิตรใหม่ ก็รวมไปถึงการเข้ามามีความร่วมมือกับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น โดยเฉพาะหลังจากสหรัฐอเมริกาเริ่มมีนโยบายปกป้องตลาดมากขึ้นภายใต้รัฐบาลใหม่ อาทิ การที่กลุ่ม Pacific Alliance (เม็กซิโก ชิลี โคลอมเบีย เปรู) ได้เข้ามามีปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มอาเซียน โดยได้จัดการประชุมระดับรัฐมนตรีในห้วงการประชุมสมัชชาสหประชาชาติที่นครนิวยอร์กทุกปีในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา