พื้นที่กว่า 7.8 หมื่นตารางกิโลเมตร ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอะแลสก้า มีแนวโน้มกลายเป็นพื้นที่สัมปทานขุดเจาะน้ำมัน ภายหลังที่ประชุมสภาคองเกรส เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2017 เปิดไฟเขียวผ่านกฎหมายอนุญาตให้มีการซื้อขาย-ขุดเจาะน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ ใน Alaska’s Arctic National Wildlife Refuge (ANWR) ได้

ANWR นับเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา มีพื้นที่ทั้งหมด 78,050.60 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่ที่ Alaska North Slope ซึ่งเป็นพื้นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าหลายพันธุ์ เช่น หมี กวางเรนเดียร์ ควายไบซัน อินทรีย์ และปลาวาฬเพชฌฆาต

พื้นที่แห่งนี้ได้รับการประกาศให้เป็นเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าในสมัยรัฐบาล ดไวต์ ดี. ไอเซนฮาวร์ (Dwight D. Eisenhower) เมื่อปี 1960 หรือ 57 ปีที่แล้ว โดยมีจุดประสงค์เพื่อรักษาระบบนิเวศในอะแลสก้าให้ยังสมบูรณ์

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่กฎหมายฉบับนี้จะผ่าน นักวิทยาศาสตร์ 30 ชีวิต ได้ร่วมกันยื่นจดหมายถึง ลิซ่า มียคอฟสกี้ (Lisa Murkowski) สว.จากพรรคริพับลิกันรัฐอะแลสกา และเป็นประธานวุฒิสภาคณะกรรมาธิการพลังงานและทรัพยากรธรรมชาติแห่งสหรัฐ (U.S. Senate Energy and Natural Resources Committee) ในฐานะผู้ผลักดันกฎหมาย โดยเรียกร้องให้ถอดร่างกฎหมายฉบับนี้ออกจากการพิจารณา

ความตอนหนึ่งในจดหมายระบุว่า การสร้างแหล่งบ่อน้ำมันอีกจะยิ่งทำให้การจำกัดการปล่อยก๊าซคอร์บอนไดออกไซด์เป็นไปได้ยาก และจะยิ่งทำให้เกิดการแปลงแปลงภูมิอากาศอย่างเฉียบพลันในอะแลสก้าขึ้น

สำหรับกฎหมายไฟเขียวเปิดป่าอนุรักษ์ขุดเจาะน้ำมันนั้น ผ่านสภาด้วยคะแนนเสียง 52 ต่อ 48 เสียง ขณะที่ร่างกฎหมายคัดค้านการเข้าไปขุดเจาะน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติที่นำเสนอโดย มาเรีย คานเวลล์ (Maria Cantwell) สว.พรรคเดโมแครตรัฐวอชิงตัน หนึ่งในคณะกรรมาธิการพลังงานและทรัพยาการธรรมชาติแห่งสหรัฐ กลับไม่ผ่านความเห็นชอบๆ