………….Root beer floats ถ้าคุณเคยคิดว่าน่าจะเติมน้ำตาลกับไขมันก้อนโตลงในเครื่องดื่มอัดลมรสชาติหวานๆ อีกหน่อยล่ะก็ root beer float เหมาะกับคุณมากเลยทีเดียว จากรูปแบบของสีสันที่สดใสกับรสชาติอ่อนๆ มาเป็นภูเขาไฟประทุเมื่อฟองเจอกับไอศกรีม สิ่งเหล่านี้เป็นเหมือนความฝันของเด็กๆ – และเป็นฝันร้ายของนักโภชนา

 

 

………….Corn dogs ฮ็อทด็อกที่ต่ำต้อยกลายมาเป็นทางเลือกที่แสนวิเศษที่คุณสามารถทานกระดูกอ่อนของหมูกับเกลือตามปริมาณที่แนะนำต่อวัน เพราะปัญหาคือร่างกายคุณยังร่ำร้องหาอาหารประเภทชุบแป้งทอดอยู่ร่ำไป ขอบคุณพระเจ้าที่ทำให้มีนวัตกรรมที่พิสูจน์ให้เห็นว่าอาหารฟาสต์ฟู้ดธรรมดาๆ ก็ถูกยกระดับให้อยู่ในรูปแบบของทอดชนิดแท่งที่ทานได้โดยไม่ต้องกังวลในเรื่องใดๆ

 

 

………….Biscuits and gravy จานนี้เป็นอย่างที่คุณคิดจริงๆ – ถ้าคุณคิดว่าสโคนเป็นขนมปังกรอบและเกรวี่ดูจะเป็นทั้งอาหารเรียกน้ำย่อยและช่วยย่อยอย่างแท้จริง หน้าตาของมันคงท้าทาย European gastronomic expectations เป็นอย่างยิ่ง(เพราะมันมีสีเทา!) แต่พวกที่อยู่ทางตอนใต้ก็เชื่อว่าบิสกิตกับเกรวี่เป็นของดีมีประโยชน์และเราต้องเชื่อว่ารสชาติของมันน่าจะดีกว่าหน้าตาของมัน

 

 

………….Red velvet cake ชาวอเมริกันเริ่มมีการฉีกแนวจากธรรมเนียมปฏิบัติในการตั้งชื่อเค้กตามส่วนผสมของแป้งไปในแนวที่เป็นกวีมากขึ้น ชิฟฟ่อนเค้ก ดีวิลส์ฟู้ดเค้ก และวูปี้พาย ล้วนแสดงให้เห็นถึงแนวโน้ม evocative rather than the descriptive ตลอดจน Red velvet cake รายการของหวานที่พบได้ทั่วไปในสหรัฐซึ่งมีการตั้งชื่อตามสีหลักกับกระจุกเส้นใยสานที่ใช้ตกแต่ง โดยสิ่งที่ไร้รสชาติทั้งสองอย่างนี้ช่วยอธิบายได้เป็นอย่างดีถึง both of which are tasteless and therefore perfectly descriptive of one of America’s more synthetic treats.

 

 

………….Grits คล้ายๆ กับที่เราพูดถึงบิสกิตกับเกรวี่คือมันมีผลในลักษณะที่ต่างไปมากกับผู้คนที่อาศัยอยู่ทางตอนใต้ นอกจากนั้นแล้วความดึงดูดใจอย่างอมตะของ grit ยังเป็นที่กล่าวขานในประวัติศาสตร์ของอเมริกานับย้อนเวลาไปถึงประเพณีการเตรียมข้าวโพดของชาวพื้นเมืองของอเมริกันซึ่งมีมาช้านานตั้งแต่ก่อนที่ชาวยุโรปจะไปถึงเสียอีก ข้าวโพดบดที่ขาดเสียไม่ได้ในการปรุงอาหารพื้นเมืองซึ่งใช้เนยที่ตีจนได้ที่ ทำให้ได้อาหารที่ทั้งข้นทั้งหนืดและมีรสชาติที่ชวนให้ติดอกติดใจ