การเปิดสถานทูตสหรัฐฯ แห่งใหม่ในนครเยรูซาเลม ก่อให้เกิดเหตุรุนแรงที่สุดในกาซานับจากเกิดสงครามเมื่อปี 2014 กระทรวงสาธารณสุขของปาเลสไตน์ระบุว่า กองทัพอิสราเอลสังหารประชาชนไป 55 คน และอีก 2,700 คนได้รับบาดเจ็บจากกระสุนจริง แก๊สน้ำตา หรือมาตรการอื่น ๆ

นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล กล่าวว่า ทหารอิสราเอลต้องป้องกันตัวเองจากการรุกรานของกลุ่มฮามาส ซึ่งเป็นกลุ่มอิสลามสุดโต่งที่ปกครองกาซา ที่ต้องการทำลายอิสราเอลขณะที่ผู้นำปาเลสไตน์ประณาม “การสังหารหมู่” ส่วนสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ชี้ว่านี่คือ “การละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นอุกอาจ

ความรุนแรงนี้เกิดขึ้นหลังสหรัฐฯ ทำพิธีเปิดสถานทูตในนครเยรูซาเลม วานนี้ (14 พ.ค.) สร้างความไม่พอใจให้แก่ชาวปาเลสไตน์ที่ต้องการให้เยรูซาเลมตะวันออกเป็นเมืองหลวงของตัวเองในอนาคต และเห็นว่าการกระทำของสหรัฐฯ เป็นการสนับสนุนการควบคุมนครเยรูซาเลมทั้งเมืองของอิสราเอล

ชาวปาเลสไตน์ได้ชุมนุมใหญ่เมื่อวันจันทร์ หลังรวมตัวประท้วงและก่อความวุ่นวายมาแล้วหกสัปดาห์mobizest.com ภายใต้การจัดการโดยกลุ่มฮามาสกองทัพอิสราเอลระบุว่า มีชาวปาเลสไตน์ราว 40,000 เข้าร่วม “ก่อจลาจลรุนแรง” ในพื้นที่ 13 แห่งตามแนวรั้วความมั่นคง และทหารของอิสราเอลได้ปฏิบัติการตามขั้นตอนมาตรฐาน

ชาวปาเลสไตน์ได้ขว้างปาก้อนหิน ส่วนทหารอิสราเอลได้ใช้แก๊สน้ำตา และพลแม่นปืนซุ่มยิงนายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูออกมาปกป้องทหารอิสราเอลด้วยการระบุว่า “ทุกประเทศมีหน้าที่ต้องปกป้องพรมแดนของตัวเอง”

“กลุ่มก่อการร้ายฮามาสประกาศเจตจำนงในการทำลายอิสราเอล และส่งกองกำลังนับพันฝ่ารั้วกั้นพรมแดนเข้ามาเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ เราจะปฏิบัติการอย่างต่อเนื่องเพื่อปกป้องอธิปไตยและพลเมืองของเรา” นายเนทันยาฮูกล่าว

ด้านโฆษกกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) กล่าวว่า ทหารได้ยิงผู้ที่เกี่ยวข้องกับ “กิจกรรมการก่อการร้ายไม่ใช่ผู้ชุมนุมประท้วงทั่วไป” โดยใช้มาตรการตามปกติ เช่น แก๊สน้ำตา และอ้างถึงกฎในการจัดการการชุมนุมประธานาธิบดีมาห์มุด อับบาส ของปาเลสไตน์ ประกาศไว้ทุกข์สามวัน โดยกล่าวว่า “วันนี้เป็นอีกครั้งหนึ่ง ที่การสังหารหมู่ประชาชนของเรายังคงดำเนินต่อไป”