June 15, 2017

อัยการรัฐแมริแลนด์และวอชิงตัน ดี.ซี. เตรียมยื่นฟ้องศาลกล่าวหาประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ละเมิดบทบัญญัติรัฐธรรมนูญว่าเงินรายได้ กรณีผลประโยชน์ทับซ้อนและอาณาจักรธุรกิจของเขารับเงินจากต่างชาติ นอกเหนือไปจากนั้นทรัมป์ยังประสบกับการดำเนินงานสอบสวนอย่างถี่ถ้วนของรัฐสภา หลังจากที่ได้ไล่นายเจมส์ โคมีย์ หัวหน้าเอฟ.บี.ไอ. ออกจากตำแหน่ง เนื่องจากนายโคมีย์ ไม่ยอมระงับการสอบสวนเรื่องนายทรัมป์มีส่วนเกี่ยวข้องกับรัสเซีย เจาะทะลวงระบบคอมพิวเตอร์ในสหรัฐฯ เพื่อผลประโยชน์ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งล่าสุด

นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีมหาเศรษฐีตกเป็นเป้าโจมตีกรณีผลประโยชน์ทับซ้อนนับแต่เขาเข้ารับตำแหน่งผู้นำสหรัฐเมื่อเดือนมกราคมของปีนี้ โดยเขาปฏิเสธการขายอาณาจักรธุรกิจกว้างขวางใหญ่โต แต่ได้โอนอำนาจบริหารให้ลูกชานอกเหนือไปจ่าย 2 คนที่โตเป็นผู้ใหญ่แล้วบริหารแทน

ความวิตกเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนนี้ทำให้ทรัมป์ถูกองค์กรเอกชนแห่งหนึ่งยื่นฟ้องต่อศาลเมื่อเดือนมกราคม กล่าวหาว่าเขาทำผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ เนื่องจากธุรกิจของเขารับเงินจากต่างชาติ

ปลายสุดสัปดาห์ที่แล้วหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ได้รายงานว่า อัยการรัฐแมริแลนด์และวอชิงตันได้ยื่นฟ้องประธานาธิบดีทรัมป์ในวันจันทร์ที่ผ่านมาในรูปแบบเดียวกัน คือ ผลประโยชน์ทับซ้อนและธุรกิจรับเงินต่างชาติ ซึ่งจะเป็นครั้งแรกที่หน่วยงานของรัฐเป็นผู้ยื่นฟ้องทรัมป์ คำฟ้องอ้างอิงบทบัญญัติว่าด้วยค่าตอบแทนในการทำงาน ซึ่งห้ามเจ้าหน้าที่สหรัฐรับของกำนัลหรือผลประโยชน์อื่นๆ จากรัฐบาลต่างชาติ

นายไบรอัน ฟรอช อัยการรัฐแมริแลนด์ กล่าวว่า คดีนี้เกี่ยวข้องกับกรณีที่ทรัมป์ไม่สามารถแยกผลประโยชน์ส่วนตัวออกจากการปฏิบัติหน้าที่ประธานาธิบดี ขณะที่กฎหมายบทดังกล่าวบัญญัติไว้ว่า ประธานาธิบดีต้องคำนึงถึงประเทศเป็นอันดับแรก ไม่ใช่ผลประโยชน์ส่วนตัวของเขา

รายงานกล่าวว่า ประเด็นสำคัญของคดี คือ โรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงวอชิงตัน ที่ทรัมป์เพิ่งเปิดเมื่อปีที่แล้ว โดยเช่าอาคารขนาดใหญ่ของรัฐที่เดิมเคยเป็นสำนักงานไปรษณีย์กลาง ที่นอกจากจะมีประเด็นเรื่องรายได้ที่ได้รับจากรัฐบาลต่างชาติแล้ว ยังมีปัญหาการร้องเรียนจากธุรกิจคู่แข่งในพื้นที่ว่าโดนโรงแรมของทรัมป์แย่งลูกค้าที่เป็นชาวต่างชาติ

วอชิงตันโพสต์ยกตัวอย่างกรณีการใช้บริการของรัฐบาลต่างชาติที่เปลี่ยนไปใช้โรงแรมที่ใช้ชื่อของประธานาธิบดี เช่น สถานทูตคูเวตได้ยกเลิกเช่าสถานที่จัดงานที่โรงแรมโฟร์ซีซัน แล้วย้ายไปจัดที่โรงแรมทรัมป์อินเตอร์เนชั่นแนลแทน

อีกด้านหนึ่ง เอเอฟพีรายงานว่า อัยการรัฐนิวยอร์กได้เปิดสอบสวนคำกล่าวหาที่ว่าเงินบริจาคที่มูลนิธิช่วยเหลือเด็กป่วยซึ่งบริหารโดยเอริค ลูกชายของทรัมป์ ถูกนำส่งเข้าบริษัท ทรัมป์ออร์แกไนเซชัน เป็นค่าเช่าสนามกอล์ฟทรัมป์เนชันแนลกอล์ฟคลับ ที่เวสต์เชนเตอร์เคาน์ตี ที่ใช้จัดแข่งกอล์ฟการกุศลระดมเงินบริจาค

ตามรายงานของฟอร์บส์กล่าวว่า สนามแห่งนี้เคยให้พื้นที่ใช้ฟรี แต่มาเริ่มเก็บเงินในปี 2553 โดยข้อมูลจากการยื่นภาษีปี 2558 พบว่าค่าเช่าใช้สนาม 1 วันสูงถึง 322,000 ดอลลาร์ ทั้งที่ค่าใช้จ่ายจริงอยู่ที่ราว 100,000 ดอลลาร์ แหล่งข่าวเผยว่า ทรัมป์เป็นคนสั่งการให้เรียกเก็บเงินนี้.